ทำความรู้จัก เขต การค้าเสรี มีดีอะไร?

การค้าเสรี

ปัจจุบันการรวมตัวเป็นกลุ่มประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยได้สะท้อนถึงแนวคิด การค้าเสรี ในยุคนี้ที่เน้นการร่วมมือ สร้างพันธมิตรมากกว่าการเก่งคนเดียวแบบ one man show กันแล้วนั่นเอง ซึ่งการร่วมมือก็มีหลายอย่างด้วยกัน หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้กัน ก็คือ การร่วมมือทางเศรษฐกิจ ที่เราเรียกว่า การจัดตั้งเขต การค้าเสรี สิ่งนี้มันจะมีข้อดี และข้อเสียอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย… FTA ย่อมาจาก Free Trade Area หรือ เขต การค้าเสรี คือ เป็นการทำความตกลงทางการค้าของประเทศ อาจเป็น 2 ประเทศ เรียกว่า ทวิภาคี หรือ เป็นกลุ่มประเทศ เรียกว่า พหุภาคี ที่จะร่วมมือขจัดอุปสรรคทางการค้าทั้งที่เป็นภาษีศุลกากร และไม่ใช่ภาษีศุลกากร พูดให้เข้าใจง่ายเลย ก็คือ การจับมือเป็นพันธมิตรทางด้านการค้า ด้านการลงทุน โดยการร่วมมือ โดยจะเป็นการผ่อนปรนเงื่อนไขบางอย่างลง เพื่อให้ประเทศพันธมิตรสามารถค้าขายกันได้มากขึ้นและง่ายขึ้นนั่นเอง เช่น ลดกำแพงภาษีนำเข้าสินค้า เป็นต้น รวมไปถึงการเปิดเสรีด้านอื่นๆ ด้วย เช่น ด้านการบริการ การลงทุน เป็นต้น ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงจากเดิม นำมาซึ่งผลประโยชน์ของผู้บริโภค

 

ความเป็นมา การค้าเสรี

แนวคิดของการมีนโยบาย การค้าเสรี คือ ประเทศจะเลือกผลิตสินค้าที่ตนเองถนัด และมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด คือ จะผลิตสินค้าที่คิดว่า ประเทศของตนได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ หรือ Comparative Advantage มากที่สุด แล้วนำสินค้าที่ผลิตได้นี้ไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าที่ประเทศของตนไม่ถนัด หรือ เสียเปรียบนั่นเอง โดยแลกเปลี่ยนสินค้ากับประเทศอื่นที่ผลิตสินค้าแล้วได้เปรียบ ดังนั้น ประเทศทั้งสองก็จะทำการค้าต่อกันได้ โดยต่างฝ่ายต่างสมประโยชน์กัน หรือที่เรียกว่า Win-Win Situation

 

การค้าเสรี

 

ส่วนนโยบายของ FTA มีดังนี้

  1. การผลิตตามหลักการแบ่งงานกันทำเลือกผลิตสินค้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำและประเทศมีศักยภาพในการผลิตสินค้านั้นสูง
  2. ไม่ให้สิทธิพิเศษหรือกีดกันสินค้าของประเทศใดประเทศหนึ่ง
  3. ไม่เก็บภาษีคุ้มกัน (Protective Duty) เพื่อคุ้มครองหรือปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ
  4. เรียกเก็บภาษีในอัตราเดียวและให้ความเป็นธรรมแก่สินค้าของทุกประเทศเท่ากัน ไม่มีข้อจำกัดทางการค้า (Trade Restriction) ที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศไม่มีการควบคุมการนำเข้า หรือการส่งออกที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศ ยกเว้นการควบคุมสินค้าบางอย่างที่เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยและเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสินค้าที่เกี่ยวด้วยศีลธรรมจรรยาหรือความมั่นคงของประเทศ

 

ข้อดี และข้อเสีย

ในภาพรวมแล้ว การทำ FTA มีทั้งผลดี และผลกระทบเป็นธรรมดา แต่คู่เจรจาได้พยายามศึกษารวบรวมข้อมูล และเจรจา เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างพอใจ ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด หรือ ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมเฉพาะ และสภาพแวดล้อมทั่วไปของคู่เจรจาจะแตกต่างกันไปในแต่ละ FTA ถ้าหากจะวิเคราะห์ในแต่ละด้านของแต่ละ FTA จะมีบางกลุ่มอุตสาหกรรม มีบางกลุ่มสินค้าได้ประโยชน์ มีบางกลุ่มสินค้าไม่ได้รับผลกระทบ สำหรับกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบ การเจรจาก็สามารถยืดเวลาในการลด หรือ ยกเว้นภาษีออกไปจนกว่าภาคการผลิตจะสามารถปรับตัวได้ หรือ ภาครัฐจะเข้ามาช่วยเหลือ เยียวยา ชดเชยผลกระทบเหล่านั้นในภาพรวมการทำ FTA ซึ่งมีข้อดี ดังนี้

  1. สามารถขยายตลาดสินค้าในประเทศ

สำหรับข้อดีแรก คือ จะทำให้การบริโภคสินค้าในประเทศทำได้มากยิ่งขึ้น คนที่ทำธุรกิจค้าขายสินค้า จะได้ขยายตลาดตัวเองได้มากกว่าเดิม ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น นาย A ขายสินค้าในประเทศอาจจะขายได้ 150 ล้านบาท แต่หากนาย A สามารถไปเปิดตลาดในต่างประเทศได้ นาย A ก็อาจจะขายสินค้าได้อีก 150 ล้านบาท เท่ากับว่า ในปีนั้นนาย A สามารถขายสินค้าทั้งใน และต่างประเทศได้มากถึง 300 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจสามารถโตขึ้นได้แบบก้าวกระโดดกันเลยทีเดียว

  1. ทำให้ประชาชนได้บริโภคสินค้าที่ดีขึ้น

สำหรับการผลิตและจัดจำหน่ายในประเทศนั้น ถือว่า เป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ต้องยอมรับว่า องค์ความรู้ในการผลิตสินค้า และบริการบางอย่างประเทศไทย ก็อาจจะเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่สำหรับบางอย่างเราก็ไม่ได้เก่งมากขนาดนั้น ทำให้การเปิดเขตเสรีทางการค้า ทำให้ประชาชนมีโอกาสได้ทดลองใช้สินค้าประเภทเดียวกันที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ที่ถึงแม้ว่า จะมีราคาแพงมากกว่า แต่คุณภาพและเทคโนโลยีบางอย่างอาจจะสูงกว่าก็เป็นได้นะ

  1. เป็นการแลกเปลี่ยนการพัฒนาสินค้า

การเปิดเขตเสรีทางการค้า ก็เปรียบเสมือนเป็นการเปิดทางให้สินค้าจากต่างประเทศได้เข้ามาในประเทศด้วย ซึ่งการที่ได้เห็นสินค้าจากต่างประเทศ ก็เป็นการเปิดโลกทัศน์ของเหล่าพ่อค้าและแม่ค้าด้วยเหมือนกัน จนนำมาซึ่งการพัฒนาสินค้าที่ทำได้ดีมากขึ้น มีความหลากหลายมากขึ้น จากการได้เห็นตัวอย่างสินค้าในต่างประเทศ ซึ่งที่ส่งผลให้มีความเจริญก้าวหน้ากันมากขึ้น

 

สำหรับข้อเสียที่มักจะเห็น มีดังนี้

  1. อาจทำให้มีการขาดดุลทางการค้า

การเปิดเขตเสรีทางการค้า หากไม่คำนวณให้ดีก็จะทำให้ประเทศเข้าสู่ภาวะทางเศรษฐกิจ ที่เรียกกันว่า การขาดดุลทางการค้า คำนี้หมายถึง การที่เราซื้อสินค้าจากต่างประเทศแพงกว่า ใช้เงินมากกว่า การที่เราขายสินค้าในประเทศเราให้กับเขาได้ ซึ่งการทำเขตเสรีทางการค้าจะทำให้เกิดขาดดุลทางการค้ามาขึ้นไปด้วย

  1. สินค้าในประเทศขาดทุน

ซึ่งหลักใหญ่จะอยู่ที่การผ่อนปรนเงื่อนไขทางด้านภาษี ทำให้สินค้าชนิดนั้นๆ สามารถเข้ามาขายในบ้านเราได้ง่ายขึ้น พอมีสินค้าเข้ามาขายได้ง่ายขึ้น อาจจะทำให้ราคาถูกลง ถูกกว่าสินค้าอย่างเดียวกันที่ผลิตภายในประเทศ ซึ่งการทำแบบนี้หากสินค้าในประเทศของเราไม่ดีจริง จะทำให้คนหันไปซื้อสินค้าจากต่างประเทศมากกว่า สุดท้ายก็กลายเป็นการทำให้บริษัทธุรกิจของไทย อาจจะขาดทุนจนต้องปิดกิจการไปได้นั่นเอง

 

สรุป

จากที่บอกมาจะเห็นว่าการจัดตั้งเขต การค้าเสรี นั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องทำด้วยเพราะเราไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ในโลกใบนี้ ซึ่งจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็อยู่ที่ทางรัฐบาลจะคิดคำนวณให้ดี แต่อย่าลืมว่า การทำเขต การค้าเสรี เป็นสัญญาฉบับหนึ่งจะมีผลผูกพันไปหลายสิบปีทีเดียว